ล้างพิษในร่างกายได้อย่างไร

ล้างพิษในร่างกายด้วยเครื่องปั่นสมูทตี้ได้อย่างไร

หากจะกล่าวว่าคนในยุคปัจจุบันมีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับวัตถุก็คงไม่ผิด เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทำให้มนุษย์มีสภาพความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย แต่กลับห่างไกลจากธรรมชาติยิ่งขึ้น สิ่งของและสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย ต่างมีโทษที่แฝงด้วยสารพิษอยู่ภายใน ทั้งสารพิษจากวัสดุก่อสร้างที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ผิวหนัง เช่น ไวนิลเรซินและพลาสติกจากปิโตรเคมี เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ผลิตด้วยกรรมวิธีทางอุตสาหกรรม ล้วนมีสารสังเคราะห์ที่กลายเป็นสารพิษสะสมในร่างกาย นอกจากสารพิษที่รับมาจากภายนอกแล้ว ยังมีสารพิษและของเสียที่เกิดขึ้นเองในร่างกาย เนื่องจากความเครียดและความกดดันทางสังคมด้วย

สารพิษเหล่านี้ขัดขวางการทำงานของระบบหมุนเวียนโลหิตและระบบภายในร่างกายตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ อัตราป่วยโรคมะเร็งกลับเพิ่มมากขึ้นทั้งที่การแพทย์มีวิวัฒนาการมากขึ้น เมื่อร่างกายเสื่อมถอย ประสิทธิภาพของระบบเผาผลาญในร่างกายลดลงจนเกิดไขมันสะสมเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะรับประทานอาหารเพียงนิดเดียวก็อ้วนขึ้นได้ อีกทั้งการรับประทานผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นประจำยังก่อให้เกิดสารพิษสะสม ถึงรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้จะทำร้ายร่างกาย แต่มนุษย์ก็ยิ่งสร้างสิ่งของที่มีสารดังกล่าวเป็นส่วนประกอบอย่างต่อเนื่อง

หลักการแพทย์แผนตะวันออกถือว่า “ความสมดุล” เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด สมดุลของธรรมชาติจึงเข้าข่ายน่าวิตก เพราะไม่มีวิธีดาช่วยคนในยุคปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ขัดกับธรรมชาติ ร่างกายและจิตใจไม่สมดุลกัน เนื่องจากมนุษย์ห่างไกลจากธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพและน้ำหนักเกิน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ จนได้ข้อสรุปในการบำบัดด้วยน้ำผลไม้จากผักผลไม้ในธรรมชาติ บุคคลในประวัติศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออกอย่าง หมอโฮจุน ผู้สร้างแบบแผนของแพทย์แผนเกาหลี ล้วนใช้ผักผลไม้ช่วยเหลือชาวบ้านเพื่อป้องกันและรักษาโรค ผักผลไม้จึงไม่ใช่เพียงวัตถุดิบในการปรุงอาหาร แต่ยังมีประโยชน์ต่างๆ แฝงอยู่ด้วย

เมื่อรับประทานผักผลไม้ตามธรรมชาติ ร่างกายจะได้รับความสดชื่น ด้วยอนุภาคขนาดเล็กของน้ำผลไม้จะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมสารอาหารมากขึ้น นอกจากนั้นองค์ประกอบของผักผลไม้ยังช่วยดักจับ กำจัดสารพิษ รวมถึงของเสียในร่างกายให้ลดลง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายช่วยรักษาโรค เมื่อระบบร่างกายทำงานดี ส่วนเกินก็ถูกขจัดออกได้ง่าย

คุณคงเคยเห็นคำโฆษณา “ไดเอตทั้งสนุกทั้งอร่อย” ถ้ามีวิธีไดเอตแบบนี้จริงก็คงเป็นเรื่องที่ดี เพราะการไดเอตต้องใช้ความมุ่งมั่นอย่างมาก ต้องพบกับความเจ็บปวดต่างๆ เมื่อผ่านขั้นตอนที่ยากลำบากมาแล้ว จึงจะได้รับดอกผลแห่งความสำเร็จ แต่คนจำนวนไม่น้อยถอดใจเสียกลางคัน ถ้าได้สนุกกับขึ้นตอนการไดเอตเหล่านี้ และเห็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพคงจะดีไม่น้อย

วิธีไดเอตที่สนุกคือการไดเอตด้วยน้ำผลไม้นั่นเอง แต่การทำน้ำผลไม้ต้องใส่ส่วนผสมอะไรดีล่ะ แค่คิดว่าจะใส่อะไรไปก่อนก็ทำให้อยากดื่มเร็วๆ แล้ว นี่แหละเป็นการกระตุ้นความรู้สึกด้วยรสสดชื่นจากน้ำผลไม้รสเลิศ! ดื่มแล้วช่วยไดเอตไปด้วย แค่คิดก็สนุกแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นคำโฆษณาที่ว่า “ไดเอตทั้งสนุกทั้งอร่อย” นั่นคือการไดเอตด้วยน้ำผลไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไดเอตแบบลดน้ำหนักตามธรรมชาติ พร้อมกับฟื้นฟูระบบต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ ถอนสารพิษและของเสียที่สะสมอยู่โดยใช้สารอาหารในน้ำผลไม้ตามทฤษฎีแพทย์แผนตะวันออก ด้วยเหตุนี้เอง จึงต้องมีการวิเคราะห์ข้อแตกต่างตามร่างกายและลักษณะพิเศษของผักผลไม้แต่ละชนิดตามหลักแพทย์แผนตะวันออกประกอบ ดังที่จะเห็นในตัวอย่าง อีกทั้งบอกวิธีการทำน้ำผลไม้เพื่อรับมือกับโรคต่างๆ ซึ่งมีสัดส่วนของสารพิษในร่างกายต่างกัน เช่น อาการท้องผูก อาการหนาวสั่น อาการบวมน้ำ และโรคโลหิตจาง แนะนำวิธีการล้างพิษในร่างกายจากพฤติกรรมการรับประทานที่ผิด จนบรรลุวัตถุประสงค์สุดท้ายนั่นคือ การไดเอตเพื่อสุขภาพ

นอกจากนั้นยังบอกหลักสำคัญที่ทำได้ง่ายๆ และมีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน แค่มีอุปกรณ์พื้นฐานอย่างเครื่องปั่นและผักสักสองชนิด หรือจะผสมกับผลไม้ก็ทำน้ำผลไม้ได้แล้ว (สามารถเพิ่มลดส่วนผสมประเภทของเหลวนอกเหนือจากส่วนผสมหลักได้ตามชอบ) แต่ถ้ามีส่วนผสมและอุปกรณ์มากกว่านี้ สามารถทำน้ำผลไม้ตามจินตนาการของตัวเองได้เลย หากไม่คิดว่าจะเตรียมการยุ่งยากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย แต่ถ้ารู้สึกว่าลำบากเกินไปก็อาจกำหนดจุดประสงค์ให้เห็นผลสูงสุดโดยใช้ความพยายามน้อยสุดก็ได้

มาสนุกกับการไดเอตและดูแลสุขภาพที่เคยรู้สึกว่ายากลำบากไปกับเครื่องปั่นสมูทตี้กันเถอะ

ความรู้เล็กๆ น้อยๆ

  1. หากแบ่งแยกประเภทของสิ่งมีชีวิต ผักถือเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวจากพืช ซึ่งมีอายุสั้น ส่วนผลไม้คือผลที่เก็บจากต้นไม้ซึ่งมีอายุหลายปี เพราะฉะนั้นหากแบ่งตามนี้ แตงไทย แตงโม และสตรอว์เบอร์รี่ที่เรามักคิดว่าเป็นผลไม้จะจัดเป็นผัก อย่างไรก็ตาม ในหนังสือเล่มนี้จะแบ่งประเภทตามที่ผู้อ่านคุ้นเคย
  2. แสดงข้อมูลผักและผลไม้ตามปริมาณพื้นฐานที่ 100 กระม เพราะผักผลไม้แต่ละชนิดมีขนาดและน้ำหนักแตกต่างกัน เพื่อให้เข้าใจง่ายโดยประมาณ 100 กรัม จากไข่ไก่หนึ่งฟองหนัก 50 กรัม
  3. ผลไม้จะมีรสหวานกว่าผัก และด้วยรสหวานนี้จึงให้แคลอรีค่อนข้างสูงกว่าผัก แต่มีอัตราการดูดซึมเขาสู่ร่างกายน้อยเมื่อเทียบกับค่า GI ที่ต่ำ
  4. GI (Glycemic Index, Glycaemic Index) หรือค่าดัชนีน้ำตาลเป็นหน่วยวัดของคาร์โบไฮเดรตต่อระดับน้ำตาลในเลือด